แพทย์ตอบข้อสงสัย "สูบบุหรี่" เสี่ยงติด "โควิด-19" มากน้อยแค่ไหน?
การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้ า เป็นการแพร่กระจายของเชื้อไ วรัสสู่ผู้อื่นอย่างรวดเร็ว หากผู้สูบบุหรี่เป็นผู้ติดเ ชื้อโรคโควิด-19 เนื่องจากควัน หรือละอองไอของบุหรี่ที่ถูก พ่นออกมาก ประกอบด้วยสารคัดหลั่ง น้ำลาย เสมหะ และแบคทีเรีย ซึ่งสามารถกระจายไปได้ไกล
ข้อมูลจากวารสารทางวิทยาศาส ตร์ของอเมริกา ระบุว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีประวัติการสูบบุหรี่มีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ ไม่ได้สูบบุหรี่ถึง 14 เท่า
ผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือมอระกู่ ที่นิยมสูบกันในสถานบันเทิง ส่วนใหญ่มีการแบ่งปันหรือแช ร์กันสูบ แม้จะใช้อุปกรณ์ที่สัมผัสปา กแยกกัน แต่ใช้กระบอกและสายเดียวกัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร ่กระจายของโรคโควิค-19 ได้
การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน า 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) สร้างความสูญเสียและตื่นกลั วให้กับคนทั่วโลก โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงติดโรคง ่ายและมีอาการรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุ ด
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกร ายงานภารกิจร่วมขององค์การอ นามัยโลกและประเทศจีน แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยภาวะห ัวใจและหลอดเลือด หรือระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ จะมีความเสี่ยงสูงและมีอากา รรุนแรงหากติดเชื้อไวรัสโคโ รนา 2019 (SARS-CoV-2) ที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-1 9
"สูบบุหรี่" เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเช ื้อ ไวรัสโคโรนา 2019
พญ. ชนัญญา ศรีหะวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุร ศาสตร์ รพ. สมิติเวช สุขุมวิท ระบุว่า นอกจากการสูบบุหรี่จะส่งผลก ระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทา งเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด ปอดอุดตันเรื้อรัง (COPD) ภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพล ัน (ARDS) โรคถุงลมโป่งพอง รวมถึงโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ ง การสูบบุหรี่หรือแม้แต่บุหร ี่ไฟฟ้า ยังเป็นการแพร่ระบาดของเชื้ อไวรัสสู่ผู้อื่นอีกด้วย เนื่องจากควัน หรือละอองไอของบุหรี่ที่ถูก พ่นออกมา ประกอบด้วยสารคัดหลั่ง น้ำลาย เสมหะ และแบคทีเรีย ซึ่งสามารถกระจายไปได้ไกล หากผู้สูบบุหรี่เป็นผู้ติดเ ชื้อโรคโควิด-19 จะทำให้เกิดการแพร่กระจายเช ื้ออย่างรวดเร็ว
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ตอบข้อสงสัยเรื่องบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโ รคโควิด-19 ไว้ว่า ผู้สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด- 19 เพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะสูบบุหรี่มือแล ะนิ้วอาจมีเชื้อโรคอยู่ เมื่อสัมผัสกับริมฝีปาก ซึ่งเป็นช่องทางที่เชื้อโรค เข้าสู่ร่างกายได้
บุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโร คโควิด-19 หรือไม่
นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังอา จส่งผลให้ผู้สูบมีภาวะโรคปอ ด หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดิ นหายใจอื่นๆ ซึ่งทำให้ความจุของปอดลดลง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ ็บป่วยที่รุนแรงมากกว่าผู้ท ี่ไม่สูบบุหรี่
นอกเหนือจากบุหรี่แล้ว ผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือมอระกู่ ที่นิยมสูบกันในสถานบันเทิง ส่วนใหญ่มีการแบ่งปันหรือแช ร์กันสูบ แม้จะใช้อุปกรณ์ที่สัมผัสปา กแยกกัน แต่ใช้กระบอกและสายเดียวกัน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อกา รแพร่กระจายของเชื้อโควิค-1 9 รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจอื่ นๆ ในวงกว้างอีกด้วย
ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ มีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่ ได้สูบบุหรี่
ข้อมูลจากวารสารทางวิทยาศาส ตร์ของอเมริกา ระบุว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีประวัติการสูบบุหรี่มี อาการรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่ได ้สูบบุหรี่ถึง 14 เท่า นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังระบุอีกว่าไม่ ใช่เฉพาะผู้สูบบุหรี่เท่านั ้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาการต ิดเชื้อ แต่บุคคลรอบข้างที่ได้รับคว ันบุหรี่ (Secondhand Smoke) หรือควันที่ติดตามเสื้อผ้าแ ละข้าวของเครื่องใช้ก็มีควา มเสี่ยงที่จะติดโรคระบบทางเ ดินหายใจมากขึ้นอีกด้วย
หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน (The Guardian) ได้รายงานบทสัมภาษณ์ศาสตราจ ารย์จอนห์ วิลซัน (John Wilson) ประธานการแพทย์วิทยาลัยแพทย ์แห่งออสเตรเลียและแพทย์ระบ บทางเดินหายใจถึงผลกระทบร้า ยแรงทั้งหมดของโรคปอดบวมในผ ู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 พบว่าสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
ความรุนแรงน้อยที่สุดคือผู้ ที่มีไวรัส แต่ไม่มีอาการ
ผู้ที่ติดเชื้อในระบบทางเดิ นหายใจส่วนบน มีอาการไข้และไอเล็กน้อย ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าติดเชื ้อไวรัส แต่สามารถแพร่เชื้อได้
กลุ่มใหญ่ที่สุด ที่เป็นผลตรวจเชื้อไวรัสเป็ นบวก หรือป่วยเป็นโรคโควิด-19 ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
กลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการ รุนแรง มักพบในผู้มีโรคประจำตัวและ ผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี มีภาวะปอดอักเสบและการพัฒนา โรคขั้นรุนแรง มีแนวโน้มเสียชีวิต
ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่อยู่ใน กลุ่มอาการรุนแรง โดยเมื่อติดเชื้อไวรัสโคโรน า (SARS-CoV-2) มักพบอาการไอ หายใจลำบากและหอบเหนื่อย เนื่องจากการติดเชื้อในระบบ เดินหายใจส่งผลให้เกิดการอั กเสบและสูญเสียความสามารถขอ งปอดในการนำออกซิเจนเข้าสู่ ร่างกาย ซึ่งผู้ที่มีภาวะอ่อนแอด้วย โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใ จ รวมถึงผู้ที่ปอดไม่แข็งแรงเ นื่องจากสูบบุหรี่เป็นประจำ การติดเชื้อจะลุกลามรวดเร็ว และรุนแรง เนื่องจากอาการปอดอักเสบทำใ ห้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่ เพียงพอ ส่งผลถึงอวัยวะระบบอื่นๆ เช่น หัวใจ ไต ฯลฯ และอาจเสียชีวิตได้
คำแนะนำสำหรับผู้ที่สูบบุหร ี่และเป็นโรคปอดเรื้อรัง ในช่วงที่มีการระบาดของโรค โควิด-19
เตรียมอาหาร ยา และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็ นเพียงพอเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ ในกรณีที่ไม่สบายหรือต้องกา รแยกตัวเอง
อยู่ห่างจากผู้ป่วยติดเชื้อ
งดเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล ทุกกรณี
หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน โดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนห นาแน่น
งดการเดินทางไปต่างประเทศเด ็ดขาด
ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ครั้งละ 20 วินาที
อย่าสัมผัสปาก จมูกและดวงตา ด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้าง
หากเป็นผู้ป่วย ปรึกษาแพทย์และรับยาให้เพีย งพอ เพื่อหลีกเลี่ยงการไปโรงพยา บาลโดยไม่จำเป็น
ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกให ม่และอุดมด้วยคุณค่าทางอาหา ร
ติดตามข่าวสารการระบาดของโร คอย่างมีสติ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพท ย์
หลีกเลี่ยงการเสพข่าวมากจนเ กิดความเครียด
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :พญ. ชนัญญา ศรีหะวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุร ศาสตร์ รพ. สมิติเวช สุขุมวิท,scientificamerican.com
ภาพ :iStock
การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้
ข้อมูลจากวารสารทางวิทยาศาส
ผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือมอระกู่ ที่นิยมสูบกันในสถานบันเทิง
การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกร
"สูบบุหรี่" เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเช
พญ. ชนัญญา ศรีหะวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุร
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ตอบข้อสงสัยเรื่องบุหรี่
บุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโร
นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังอา
นอกเหนือจากบุหรี่แล้ว ผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือมอระกู่ ที่นิยมสูบกันในสถานบันเทิง
ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ มีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่
ข้อมูลจากวารสารทางวิทยาศาส
หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน (The Guardian) ได้รายงานบทสัมภาษณ์ศาสตราจ
ความรุนแรงน้อยที่สุดคือผู้
ผู้ที่ติดเชื้อในระบบทางเดิ
กลุ่มใหญ่ที่สุด ที่เป็นผลตรวจเชื้อไวรัสเป็
กลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการ
ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่อยู่ใน
คำแนะนำสำหรับผู้ที่สูบบุหร
เตรียมอาหาร ยา และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็
อยู่ห่างจากผู้ป่วยติดเชื้อ
งดเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล
หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน โดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนห
งดการเดินทางไปต่างประเทศเด
ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ครั้งละ 20 วินาที
อย่าสัมผัสปาก จมูกและดวงตา ด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้าง
หากเป็นผู้ป่วย ปรึกษาแพทย์และรับยาให้เพีย
ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกให
ติดตามข่าวสารการระบาดของโร
หลีกเลี่ยงการเสพข่าวมากจนเ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :พญ. ชนัญญา ศรีหะวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุร
ภาพ :iStock
- เซลล์บำบัดโรคร้าย ทางเลือกอยู่เยอรมนี
- พลาเซนต้าทำให้ผิวขาวได้จริงเหรอ??
- "สูบบุหรี่" เสี่ยงติด "โควิด-19
- ไวรัสโคโรนา หรือไควิด-19 คืออะไร?
- วิตามินต้านไวรัส (Antiviral Vitamins)
- เบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง
- ตรวจผู้สัมผัสเขยเยอรมัน 22 ราย ไม่พบเชื้อโควิด
- สินค้า "ซูเปอร์" เสี่ยง "โควิด-19" มากน้อยแค่ไหน?
- "New Normal" ทำไมถึงเปลี่ยนไปหลัง "โควิด-19"
- สมาคม ยันฉีดเฟรชเซลล์คืนหนุ่มสาว ไม่เกิดมะเร็ง
- เลิก “บุหรี่” เสี่ยงโรคหัวใจ-สมอง ลดลงถึง 50%
- พรุ่งนี้หมดลมหายใจ ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เจ้าพ่อฤทธา
- "โปรแกรมตรวจสุขภาพออนไลน์" ให้ผลแม่นยำแค่ไหน?
- ยอม! สหรัฐฯ ยกเลิกใช้ยามาลาเรียกับผู้ป่วยโควิด-19